old piest

posted on 30 Oct 2006 03:55 by guitarmania

วาดไว้จะปีนึงแระ ไปค้นเจอ -*-

ว่างๆทำแฮนเมดก็ไม่เลวนะ มันดี

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

จำได้ว่าแกบอกว่า "ลงสีน้ำครั้งแรก"
กรี๊ดสลบไปเลย เต้เอ้ย(สีเพี้ยนนิดนึงนิ)

#1 By bong บงๆ on 2006-10-30 04:28

ขาล่ำๆ

#2 By ☆[แป้ง].Haมmy*☆ on 2006-10-30 09:41

ไม่เห็นหรือพี่ มันวิ่งบ่อยไง ขาเลยล่ำ
เออ.. งานหน้ามาวาด Guest ให้พี่ทีน่ะ
เห็นหัวส่วนบนนึกว่าเซเบอร์

ไม่ใช่ บู่ คเรียดว่ะ เอาบุหรี่มาตัวดิ๊

#4 By reivin on 2006-10-30 12:37

งามมากครับ
แล้วงานปัจจุบันจะงามขนาดใหน เอามาแปะให้ดูบ้างสิครับ

#5 By ~the xnux~ on 2006-10-30 13:38

มองคอมเม้นท์บง...ครั้งแรกเรอะ!!! *ถีบๆๆ*
เออ...งั้น
ไปเล่นแรคเถื่อนกันเถอะ

#7 By A Man In The Yellow-Submarine on 2006-10-30 21:28

รูปสวยครับ งุงิงุงิ

#8 By NoWingS on 2006-10-31 05:43

อยากเล่นงาน Fat เหมือนกัน แต่ว่าไม่มีที่ให้ลงค่ะ ^^" ...งานสวยจัง อยากลงสีได้แบบนี้บ้างอ้ะ

#9 By มุกส์มิกส์ (124.120.160.62) on 2006-10-31 19:11

งานวัด

มีใครคนหนึ่งเคยบอกฉันว่า

#10 By pilpil on 2006-11-08 05:01

งานวัดอาม

หนึ่งวันในงานวัด
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่เป็นเด็กในเมืองทั้งหลาย วันนี้คนบ้านนอกจะมาอวดความสุขที่คนในเมืองอย่างพวกคุณๆบางคน ที่ไม่เคยสัมผัสงานวัด ผู้ไม่เคยเข้าถึงวัฒนธรรมพื้นบ้านตามต่างจังหวัด หรืออีกชื่อหนึงที่คนในเมืองเรียกกันก็คือ "บ้านนอก" ที่บางที่อาจมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ความเจริญรุ่งเรือง แสงสีมายาโลกยามค่ำคืน แต่ยังขาด"ความสุข"
ท่ามกลางหมูบ้านที่อยู่ห่างออกจากตัวเมือง ชาวบ้านตั้งหน้าตั้งตาคอยการจัดงานวัดประจำปี ซึ่งสถานที่เลี้ยงฉลองที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับพวกเขาคือวัด ชาวบ้านจะตื่นแต่เช้าพาลูกพาหลานมาทำบุญตักบาตร
ถวายสังฆทาน เพื่อเป็นศิริมงคล ถือเป็นวัฒนธรรมประเพณีของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณ ตกค่ำเห็นแสงพระอาทิตย์รำไร ก็ได้เวลาจัดงานเลี้ยงฉลอง ชาวบ้านต่างพาลูกหลานไปรดน้ำมนตร์ ผูกสายสินญ์ เสี่ยงเซียมซีทำนายดวงชะตา ออกจากประตูโบสถ์ ได้ยินเสียงเด็กๆ พากันตื่นเต้นกับเครื่องเล่นม้าหมุน เล่นกันจนเวียนหัว เด็กๆทำท่าควบม้าด้วยความสนุกสนาน เครือ่งเล่นที่เป็นที่นิยมไม่แพ้กัน เห็นหนุ่มสาวพากันจูงมือ
กระหนุงกระหนิงพากันไปเล่นชิงช้าสวรรน์ เวลาที่เราไปยืนรอก่อนจะขึ้นเจ้าชิงช้าสวรรน์มันช่างนานแสนนานแต่พอเวลาที่เราย่างเท้าเหยียบเข้าไปนั่งชมวิวงานวัดเห็นความสุขของชาวบ้านและเด็กๆเวลากลับเดินเร็วผิดปกติ เผลอแปปเดียวก็ครบรอบแล้ว ยิ่งถ้าได้ขึ้นชิงช้าสวรรน์กับแฟน เราอยากจะเล่นต่ออีกสักสิบรอบ ใครแม่นมาทางนี้ป้ายเกมปาลูกโป่งเขียนท้าทายนักป่าลูกโป่งตัวฉกาจ ปาโดนเยอะได้ของรางวัล เล่นได้ทั้งเด็กแล้วผู้ใหญ่ ตุ๊กตา สุรา น้ำอัดลม มาม่า ของราวัลต่างๆกำลังรอคุณอยู่ ท้าทายความแม่นยำไม่แพ้กัน นักแม่นปืนทั้งหลายใครแม่นได้ดูโชว์ดีๆ มายิงปืนยิงเป้ากัน เด็กๆต่างตั้งตารอดู อยากรู้ว่ายิงโดนแล้วจะมีโชว์อะไร คนหนุ่มเดินเข้ามาคว้าปือ ซื้อลูกปืนยาง จับใส่ปากประบอกปืน พร้อมเตรียมยิง ตั้งท่าเล็งพร้อมเอียงตัวไปข้างหน้าให้ใกล้เป้าที่สุด ปั้ง ลูกยางโดนเป้าเต็มๆ เหล้าตุ๊กตาต่างลุกมาขึ้นเต้นพร้อมเพลงที่ตามมา หันไปดูทางโน้นก็มีคนลุกขึ้นเต้นเหมือนกัน เวทีคอนเสริต์ลูกทุ่งที่นานๆจะมากันที ต่างคนต่างลุกขึ้นเต้นรำหน้าร้าน ดื่มเหล้าขาว เหล้าต้มเมา ฟังเพลงโยกย้ายออกกำลัง บางครั้งเกิดการกระทบกระทั่ง มีเรื่องมีราวเป็นบางครั้ง ที่มีเรื่องราวไม่แพ้กันคือ แถวเครื่องเล่นรถบัมพ์ เป็นเครื่องเล่นที่วัยรุ่นนิยมมากที่สุด และมันที่สุด ลานรถบัมพ์จะเปิดเพลงไปและขับรถบัมพ์ไปด้วย วัยรุ่นคนไหนอยากออกลีลาเต้นก็มาโชว์กันได้ เที่ยวกันมาจนเหนื่อยไปหาที่นั่งพักสบายๆ มีมุนที่น่าสนใจไม่น้อย อย่าลืมคว้าเสื่อมาจากบ้าน เอาไว้นั่ง ดูหนังกลางแปลงระบบเสียงมหึมาดังไปทั้งหมู่บ้าน รอบๆ ลานฉายหนังก็มีของกินเต็มไปหมด ขนมนมเนย น้ำอัดลม เต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น สายไหมที่เป็นที่นิยมอย่างมาก ปลาหมึกแผ่น ผัดไทย ขนมเบื้อง ขนมถังแตก ดูหนังไปกินขนมไป อากาศตอนช่วงปีไหม่ก็สุดแสนจะดีลมเย็นๆ ยิ่งอยู่ในชนบทอากาศจะดีมากๆ วันนี้ฉายหนังควบดูกันจนเต็มอิ่ม เสพบรรยากาศกัน บางคนเอาสุรามาตั้งวงดื่มกันสนุกสนาน ดูหนังจนจบกินขนมไปเยอะก็เริ่มง่วง ถึงเวลากลับบ้านนอน
นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของงานวัด เหล่าผู้คนในเมืองอาจจะคิดว่ามันไม่เห็นจะน่าสนุกและน่าเบื่อ ถึงแม้งานวัดจะไม่ได้มีอะไรเทียบกับงานเลี้ยงในเมืองได้ คุณค่าของความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเจริญรุ่งเรืองในเมือง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่คนในเมืองไม่เคยได้สัมผัส ซึ่งสิ่งเหล่านี้นล้วนแต่เป็นสิ่งที่มีคุณค่า
ความสนุกสนานความสุขที่ได้รับจากงานวัด มันอธิบายไม่ได้หากคุณไม่ได้ไปสัมผัสด้วยตัวเอง

#11 By pilpil on 2006-11-08 05:02

สร้างสรรค์ ศรเสนา 48020384

ครอบครัวของฉัน

บอกคร่าวๆเลยล่ะกัน
มีแม่ 1 คน (เรื่องไรจะปล่อยให้พ่อไปมีกิ๊ก)
มีพ่อ 1 คน (แม่เราก็ไม่มีกิ๊ก)
มีพี่น้อง ร่วมท้องเดียวกัน 1 คน(หน้าตาแสนจะเลวร้าย)
มีคุณยาย ที่แสนใจดี 1 คน (ไม่มีไรจะพูดคับ)
มีหมาอยู่ 1 ตัว (ซนเหมือนลูกครึ่ง ครึ่งหมาครึ่งลิง)

โอเครู้เรื่องคร่าวๆแล้วนะ คราวนี้เรามาเจาะลึกกันทีละคนเลยแล้วกันนะ...

แม่ของผม ท่านชื่ออะไรนั้น ไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้(บางคนอาจรู้แล้ว รู้แล้วเหยียบไว้นะ)
เวลาแม่โกรธแม่เหมือนนางยักษ์เลยล่ะ ตอนเด็กๆที่ผมโดนแม่ดุนะ ผมชอบเถียงแม่
แบบข้างๆคูๆดูไร้เหตุผล โตขึ้นมาหน่อยก็เถียงเหมือนกัน แต่เหตุผลน่ะเริ่มมีบ้างแล้ว
ปัจจุบัน ไม่นิยมเถียงเพราะเคยเข้าค่ายเกี่ยวกันธรรมมะบ่อยๆ ไม่ใช่ว่าไม่กล้าเถียง
แต่เห็นใจแม่ ตอนคิดจะโกรธแม่ก็โกรธไม่ลง เพราะก่อนโกรธ ผมก็จะคิดว่า แม่ทำเพราะ
เป็นห่วงผม ผมจึงนั่งฟังอย่างเงียบๆ ไม่พูดไม่จา จะมีบางคร้งทำตาม บางครั้งก็ไม่
บางครั้งเถียง บางครั้งก็ไม่... ตอนแม่อารมณ์ดี แม่ก็น่ารัก(เหมือนลูก คนที่2)ดี แม่จะเป็นคน
กุมอำนาจ(เงิน กองคลัง)ของบ้าน แต่ขนาดเดียวกันแม่ก็เป็นคนจนที่สุดในบ้าน....แม่เป็นคนรักความ
ถูกต้อง ชอบแสดงความคิดเห็นในงานการประชุมต่างๆ แม่เป็นคนตรงไปตรงมา เสียอย่างเดียว
ชอบนินทาคนอื่นจัง นินทาดัวอีกต่างหาก เฮ้อ!!

พ่อของผม ไม่บอกชื่อ เพราะอาจเป็นภัยต่อเราเองได้ ชื่อพ่อแม่อาจโด่งดังในพริบตาได้...
พ่อของผมเป็นคนตลก สนุกสนาน เรียนเก่งอีกต่างหาก พ่อจะรู้เรื่องคอมฯมากเป็นพิเศษ
เพราะพ่อผมเป็นวิศวกรด้านคอมพิวเตอร์ และช่างยนต์ ตอนพ่อโกรธน่ากลัวยิ่งกว่าแม่อีก ตอนออกสังคม พ่อจะเงียบมาก
(งานสังคมเช่น สังคมกับเพื่อนแม่ที่พ่อไม่ค่อยสนิท,งานประชุมผู้ปกครอง) พ่อต่างจากแม่ตรง
ที่เงียบในงานสังคมนี่แหละ ผมกับพ่อเหมือนกันตรงความหน้าบางนี่แหละ ไม่ค่อยกล้าซักถาม
ผิดกับแม่และพี่ของผม แถมพ่อผมยังอยากให้เล่นสถาปัตย์อีกด้วย (แต่ผมมาเรียนฟิมล์แล้วอะ)

พี่สาว พรรพี ศรเสนา ชื่อเล่นพี พี่ผมเป็นคน
เก่งนะ แต่ทำงานไม่ค่อยรอบคอบ คือชอบทำงานชุ่ยอ่ะ พี่ผมกับผมหน้าตาไม่ค่อยจะเหมือนกัน ไม่รู้
ทำไม เป็นพี่น้องกันแท้ๆ พี่ผมเข้าใจวิชาเลขมากกว่าผมซะอีก พี่ผมสายตาสั้นมากๆๆๆๆๆๆ ตอนนี้เลยต้องใส่แว่น พี่ชอบอ่าน
หนังสือเกือบทุกแนวเลย(ไม่เหมือนฉัน)

คุณยายของผม ยาย (แม่ของแม่ผม) เป็นคนแก่ที่นิสัยดี ยายชอบทำบุญทำทาน ถือศีลห้าอย่างเคร่งครัด
ยายไม่ใช่คนหัวโบราณ แต่ก็ไม่ทิ้งอดีต ยายไม่ค่อยเล่าเรื่องในอดีตให้ฟัง (เพราะฉันไม่ถาม) ยายชอบอ่านหนังสือทุกประเภทที่ยายชอบ ตั้งแต่หนังสือธรรมมะไปจนถึงหัวขโมยแห่งบารามอส ซึ่งยายชอบมาก ขนาดไปบ้านที่ราชบุรียังเอาไปด้วยทั้ง 4 เล่มเลย(ผมกับพี่เลยอดอ่านซ้ำอีก 2-3 รอบเลย) ตอนอยู่บ้าน
ยายก็จะดูทีวี ยายชอบพูดเกี่ยวกับหน้าตาของนางเอกและพระเอก บ้างชมบ้างว่า แต่ที่ยายและแม่รู้ดีเหมือนกันคงไม่พ้นเรื่อง หนังจีน เกี่ยวกับก๊กเหล่าต่างๆ ท้งยายทั้งแม่รู้ดีหมดเลย

หมา,สุนัข วิ่งมีชีวิต4 ขาที่ซนที่สุดในบ้าน มันชื่อ ข้าวหอม มันเป็นหมาพันธุ์ โกลเด้นรีทีฟเวอร์ ตัวสีออกน้ำตาลอ่อนๆ งานอดิเรกของมันคือการทำให้บ้านสกปรก,และคอยพูดจาภาษาหมากับเพื่อนบ้านตัวอื่นๆรู้มั้ยว่าไอ้ข้าวหอมเนี่ยมันกินอาหารแพงกว่าที่ผมกินซะอีก ไหนจะของว่างมันอีก ดีว่ามันยังไม่เคยป่วยอะไรมาก มิฉะนั้นเสียตังค์บานแน่ๆเลยล่ะ ข้าวหอมจะนอนตรงเวลามาก คือ 2 ทุ่มมันก็จะเข้าห้องของมันไปนอน(อยู่ดีกินดีขนาดมีห้องเป็นของตัวเอง!!!!!??)โดยมีเพลงที่เปิดก่อนข่าวในหระราชสำนักช่อง 7 เป็นเพลงไล่มันเข้าห้องนั่นเอง....

จะเห็นได้ว่าครอบครัวผมเป็นครอบครัวที่มีความสุขมาก พ่อแม่ไม่คาดหวังในตัวผมกับพี่มากเกินไป มีผู้ใหญ่ในบ้านที่คอยอบรมสั่งสอนเด็กๆในบ้าน มีตัวป่วนคอยสร้างงานให้คนในบ้าน มีครอบครัวแบบนี้แล้ว คนอย่างผมก็โชคดีมากๆเลยครับ......

#12 By pilpil on 2006-11-08 05:02

ครอบครัวของฉัน
"ฉัน"เป็นใคร? ฮุฮุ ฉันคืออาร์ม มาอ่านเรื่อง "ครอบครัวของอาร์ม"
ธรรมดาๆอาร์มก็เป็นแค่คนธรรมดาอยู่ในครอบครัวที่ธรรมดา ฟังดูแล้วอาจจะน่าเบื่อ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปรู้เรื่องของครอบครัวของไอ้เด็กคนนี้ ไม่ว่าจะครอบครัวไหนก็ต้องมีปัญหา ไม่ว่าจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเวรกรรม บางคนรู้สึกแย่กับครอบครัว อาร์มคิดว่าตัวเองโชคดีที่เกิดในครอบครัวธรรมดาที่มี "ความสุข"
"ป๋า" ฟังดูแปลกๆ อาร์มเรียกพ่อว่าป๋ามาตั้งแต่เด็กๆ เหตุผลที่ต้องเรียกว่าป๋า ไม่ใช่ว่าป๋าเป็นอาเฮียสปอร์ต ใจปล้ำ แต่ป๋าเป็นคนจีนนั้นเอง ญาติผู้ใหญ่ทางฝ่ายป๋าเป็นคนจีนหมดเลย แต่ลูกออกมาหน้าไทยมากๆ ป๋าเป็นคนที่พูดคุยกับอาร์มน้อยที่สุดแต่เข้าใจอาร์มมากที่สุด แกจะพูดสั้นๆแต่ได้ใจความคอยตักเตือนให้เรารู้ว่าอะไรควรไม่ควร ควรทำแค่ไหน ควรทำอะไร พูดน้อยต่อยหนัก มากกว่าจะจับมานั่งอบรมสั่งสอนกันตรงๆ ค่อยดูห่างๆมากกว่า อาร์มชอบตรงนี้ของป๋ามาก "น้ำนิ่งไหลลึก"
"แม่" อ้าวทำไมเรียกพ่อว่าป๋าแล้วไม่เรียกแม่ว่า ม๋า ก็เพราะแม่เป็นคนไทยแท้ไง ญาติฝ่ายแม่เป็นไทยแท้หมดเลย แม่เล่าเรื่องเกี่ยวกับญาติๆให้ฟัง เหมือนกับเราได้ฟังนิยายน้ำเน่า พอตาเสีย พี่น้องก็แย่งกันเอาสมบัติ เกิดเรื่องราวมากมายเหมือนเป็นนวนิยาย แม่เลยหนีมาอยู่กับป๋า "หนีมาอยู่ด้วยกัน" ฟังแล้วก็ยังดูน้ำเน่าอยู่ดี แม่เป็นคนใจดีมาก ซึ่งคนที่เป็นแม่ๆส่วนใหญ่ก็จะเป็นอย่างนั้น และอีกแบบเดียวกัน คือ ใจร้ายมากในบางเวลา แต่พออาร์มเริ่มม.3 อาร์มก็กลายเป็นเพื่อนกับแม่ไปแล้ว "เฮ้ยอาร์มมึงคุยกับแม่ดีๆหน่อย แม่นะมึงไม่ใช่เพื่อน" เพื่อนทั้งหมดบอกกับอาร์มทุกคน อาร์มคุยกับแม่เหมือนเพื่อนจริงๆแต่ก็ยังให้ความเคารพเหมือนเดิม การที่เราพูดคุยกันแบบเพื่อนทำให้อาร์มเป็นคนไม่มีความลับกับครอบครัว อาร์มคุยทุกเรื่อง เรื่องเรียน เรื่องหญิง แม่จะเป็นคนคอยเบรกให้อาร์มอยู่ในกรอบ แต่กรอบอาร์มอาจจะใหญ่มาก เรื่อง กินเหล้าสูบบุหรี่ เรื่องหญิงแกก็ไม่ได้ห้าม แกจะบอกแค่ว่ามันไม่ดี หน้าที่เราคือทำอะไร คิดเอาเอง แค่ไหนพอแค่ไหนเกิน ข้อเสียของแม่ที่ทำให้ทะเลอะกันบ่อยๆ คือ พูดมาก พูดซ้ำไปซ้ำมา งง ถามแล้วถามอีก บางครั้งโทรมาหาวันล่ะ8ครั้ง อาร์มก็เข้าใจว่าแม่เป็นห่วง แต่มันก็เกินไป เอาเป็นว่า....... คนเป็นแม่ก็คือคนเป็นแม่
"พี่สาว" ไอซ์ ต้องยอมรับว่าเป็นผู้หญิงที่หน้าตาดีอยู่พอสมควร เพื่อนๆเรียกว่าอาร์มใส่วิก เหมือนขนาดนั้นเลยเหรอว่ะ ไอซ์ อาร์มไม่เคยเรียกว่าพี่ไอซ์สักที อาจเป็นเพราะว่าเราสนิทกันมาก เรียกมึงกูด้วยซ้ำในบางเวลา คนอะไรจะพูดมากขนาดนั้น พูดมาก พูดตรง ขวานผ่าซาก ไม่ชอบให้คนอื่นเอาเปรียบ ห้ามเอาเปรียบมันเด็ดขาดมันจะโวยวายทันที แต่กับพี่น้องไอซ์จะบ่นนิดๆหน่อยๆ แล้วก็พร้อมจะให้ความช่วยเหลืออยู่เสมอ เรียกว่าสวยโหดก็ได้นะ
"พี่ชาย" พี่ครีฟ คนนี้ต้องเรียกพี่ เป็นพี่ใหญ่หรือหัวหน้าใหญ่ ถึงแม้จะเป็นลูกคนละแม่แต่เราก็รักกันดี3พี่น้อง ชอบไปกินเหล้าด้วยกัน พี่ครีฟอาจจะเรียกได้ว่าเป็นศิลปินออกจากบ้านไปตั้งแต่อายุประมาณ 15 ปี โผล่มาอีกทีกลายเป็นมือเบสหาจับตัวยากไปซะแล้ว พี่ครีฟเป็นคนสอนอาร์มเล่นดนตรี ชีวิตวัยรุ่นผาดโผนมาก เป็นนักเลงมาก่อนว่างั้น แต่เมื่อทำงานเป็นนักดนตรีทำงานหาเงินเองแกก็เริ่มเป็นผู้ใหญ่มากๆ ล่าสุดกลับไปบ้านไปเที่ยวกับเพื่อนๆ แก่เลี้ยงทั้งไอซ์ทั้งอาร์มกับเพื่อนๆ แล้วแกก็บอกว่ามีปัญหาเรื่องเงินหรือเรื่องอื่นก็บอกได้ เป็นการแสดงน้ำใจพี่น้องที่อาร์มประทับใจมาก และวันนั้นก็เมากันทั้ง3พี่น้อง
"น้องชาย" อาร์ม น้องชายคนเล็ก คนๆนี้รักเพื่อนมาก วันหนึ่งวันอยู่กับเพื่อนมากกว่าอยู่กับครอบครัวซะอีก อาร์มถือว่าโชคดีที่ได้เพื่อนดีๆและครอบครัวดีๆ ถึงอาร์มจะสู้ใครต่อใครไม่ได้ แต่ก็ดีใจและมีความสุขใจรู้สึกคุ้มค่ากับชีวิตการดำรงชีวิต เพื่อนถือเป็นบุคคลในครอบครัวของอาร์ม เพื่อนอาร์มทุกคนสนิทกับครอบครัวอาร์มมาก ทุกคนเปิดรับ พวกเขาคอยอยู่เคียงข้างเสมอไม่ว่าอาร์มจะเจอกับอะไรทุกคนพร้อมจะช่วยเหลือทุกอย่าง อาร์มรู้สึกว่าบุคคลเหล่านี้คือ "ครอบครัวของอาร์ม"


นายณัฐดนัย ไสยสมบัติ 48020364

#13 By pilpil on 2006-11-08 05:03

สวยจัง
อาร์ทได้ใจbig smile confused smile

#14 By กกกก (58.9.226.10) on 2008-09-01 21:26